ข้อมูลทั่วไป

เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

 

ข่าวประชาสัมพันธ์

 

    

ข่าวเตือนภัยศัตรูพืช

ระหว่าง วันที่พุธที่ 22 สิงหาคม – 29 สิงหาคม 2561

สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4324 7209

.......................................

 

1. สถานการณ์การระบาดศัตรูพืช

          ด้วยกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการสำรวจและติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งในช่วงนี้ประสบปัญหาสภาวะฝนทิ้งช่วง พบการระบาดของเพลี้ยแป้งในแปลงส่งเสริมแปลงใหญ่ไม้ผล (ฝรั่ง) ที่บ้านบึงฉิม  ตำบลบึงเนียม  อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

 

2. ลักษณะชีวประวัติ

          เพลี้ยแป้ง (Mealybug) เป็นแมลงปากดูด มีลักษณะพิเศษคือลำตัวอ่อนนุ่ม สามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและแบบไม่อาศัยเพศ มีการเจริญเติบโตแบบเปลี่ยนแปลงรูปร่างทีละน้อย (gradual metamorphosis) ประกอบด้วยระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อฟักออกจากไข่จะเคลื่อนที่ได้ว่องไวและคลานไปยังพืชที่เหมาะสม ในระยะแรกมีขนาดเล็ก ไม่มีไขแป้งปกคลุมลำตัว และจะเจริญเติบโตโดยการลอกคราบจนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัย เมื่อเข้าสู่วัยที่ 2 ตัวอ่อนจะมีลำตัวปกคลุมด้วยผงแป้งสีขาวและเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าวัยที่ 3 จะเป็นระยะตัวเต็มวัย อายุตั้งแต่วางไข่-ตัวเต็มวัย 17-21 วัน อายุตลอดอายุขัย 66- 93 วันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เพศเมียลอกคราบ 3 ครั้ง ส่วนเพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง  เพศเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ประมาณ 300-600 ฟอง

          สำหรับเพลี้ยแป้งที่พบในแปลงฝรั่งเป็นเพลี้ยแป้งชนิดแจ็คเบียสเลย์(Pseudococcus jackbeardsleyi Bimpel&Miller) ในเพศเมียผนังลำตัวสีเทาอมชมพู ปกคลุมด้วยไขแป้งสีขาว ด้านข้างลำตัวมีเส้นแป้งบางๆ ค่อนข้างยาว เส้นแป้งด้านท้ายลำตัวยาวกว่าเส้นแป้งด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีการสร้างผงแป้งสีขาวปกคลุม และเส้นขนด้านข้างลำตัวยาวและปลายท้องยาวกว่าเพลี้ยแป้งชนิดอื่น เพศเมียมีหนวดจำนวน 8 ปล้อง ขาค่อนข้างยาวเรียว มีรูโปร่งใสเฉพาะบริเวณต้นขาและหน้าแข้งของขาคู่หลัง cerarius มี จำนวน 17 คู่ คู่ที่ส่วนหัวมีcerariun seta 3 เส้น

3. การแพร่กระจายและการทำลาย

          พืชอาศัยของเพลี้ยแป้งชนิดนี้ พบมากในไม้ผลชนิดต่างๆ เช่น น้อยหน่า ฝรั่ง ทุเรียน เงาะ มะม่วง เป็นต้น ลักษณะการทำลายของเพลี้ยแป้ง คือ การดูดน้ำเลี้ยง โดยใช้ส่วนของปากที่เป็นท่อยาว ดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนยอด ใบ ดอกและผล สามารถระบาดและทำลายพืชทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเพลี้ยแป้งจะขับถ่ายมูลที่มีลักษณะของเหลวข้นเหนียวมีรสหวาน ทำให้เกิดราดำปกคลุมปิดบังบางส่วนของใบพืช ผล ดอกหรือยอดอ่อนมีผลทำให้การสังเคราะห์แสงของพืชลดลง และอาจแห้งตายไปในที่สุดหลังจากถูกเพลี้ยแป้งดูดน้ำเลี้ยง

 

4. ศัตรูธรรมชาติ

ด้วงเต่าตัวห้ำ แมลงช้างปีกใส แมงมุม

 

5. การป้องกันกำจัด

          เกษตรกรชาวสวนควรหมั่นสำรวจแปลงไม้ผลเป็นประจำโดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่ฝนทิ้งช่วงหรือเข้าสู่หน้าแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะแก่การระบาดมาก หากพบเริ่มมีการระบาดแนะนำให้เกษตรกรดำเนินการดังต่อไปนี้

          1. กำจัดแหล่งพืชอาศัยบริเวณรอบแปลงปลูกหากพบให้รีบทำลายโดยการตัดเผาทำลา

          2. ถ้ามีการระบาดเล็กน้อยใช้น้ำฉีดพ่น ตัดแต่งกิ่ง ห่อผล และใช้พืชสมุนไพร น้ำหมักฉีดพ่นควบคู่กับการปล่อยศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่าตัวห้ำ

          3. ใช้สารชีวภัณฑ์ในการควบคุม เช่น บิวเวอเรีย สารสกัดจากไหลแดง(โล่ติ้น) สารสะเดา เป็นต้น

          4. ในกรณีพบการระบาดมากแนะนำให้ใช้สารเคมี ฉีดพ่นทางใบ ได้แก่ อะเซทามิพริด อิมิดาโคลพริด บูโพรเฟซิน ไดโนทีฟูแรน และไทอะมีทอกแซม เป็นต้น

 

นายประยูรภัทร์  ศรีศักดิ์นอก     

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

 

แหล่งที่มา : https://www.allkaset.com/plant/87.php และ thatphanom.nakhonphanom. doae.go.th/backgorud/mealybug-w.ppt

 

 

ข่าวเตือนภัยศัตรูพืช

ระหว่าง วันที่พุธที่ 31 ตุลาคม 2561 – 7 พฤศจิกายน 2561

สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4324 7209

.......................................

 

1. สถานการณ์การระบาดศัตรูพืช

ด้วยกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น ได้รับการประสานจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานจังหวัดขอนแก่น ให้ทำการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการระบาดขอโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava mosaic disease) ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้โรคใบด่างมันสำปะหลังได้ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สาธารรัฐสังคมนิยมเวียดนามและราชอาณาจักรกัมพูชา สร้างความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังมากกว่าร้อยละ 80 และพื้นที่ระบาดดังกล่าวมีระยะห่าง จากประเทศไทยน้อยกว่า 40 กิโลเมตร จึงมีความเสี่ยงสูงที่การระบาดขยายสู่ประเทศไทยโดยผ่านท่อนพันธุ์ที่อาจจะปะปนเข้ามากับผลผลิตที่นำเข้าหรือแมลงพาหะ ได้แก่ แมลงหวี่ขาวยาสูบ

เพื่อเป็นการเฝ้าระวังการระบาดของโรค จังหวัดขอนแก่นได้บูรณาการการสำรวจพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังการระบาดอย่างเข้มข้น ต่อเนื่องและทั่วถึง ประกอบด้วยหน่วยงานหลักกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรที่สังกัดในพื้นที่ และได้ประสานหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยในการประชาสัมพันธ์พร้อมอำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวัง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังแต่อย่างใด เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดเข้ามาในเขตจังหวัดขอนแก่นได้ จึงมีความจำเป็นต้องมีการควบคุมตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

 

2. เชื้อสาเหตุและแมลงพาหะ

          โรคใบด่างมันสำปะหลังเกิดจากเชื้อไวรัส วงศ์ (Family) Geminiviridae สกุล (Genus) Begomovirus มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบแอฟริกา ในปี พ.ศ. 2559 พบการระบาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศกัมพูชาเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2556 พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในคาบสมุทรอินเดีย 2 สายพันธุ์ คือ Indian cassava mosaic virus และ Sri Lankan mosaic virus (SLCMV) โดยมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะในการแพร่ระบาดของของเชื้อโรค

 

3. ลักษณะอาการ

          มันสำปะหลังที่เป็นโรคจะมีอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่จะแสดงอาการเหลืองรุนแรง  ลำต้นคระแกรน ไม่เจริญเติบโต หรือมีการเจริญเติบโตน้อย ทำให้ไม่สร้างหัวมันสำปะหลัง ข้อสังเกตหากพบอาการใบด่างเหลือง หดลดรูป เกิดบริเวณใบยอดแสดงว่าเกิดการระบาดเกิดจากแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรค แต่ถ้าพบอาการผิดปกติทั้งต้นตั้งแต่ยอดอ่อนลงมาถึงใบแก่แสดงว่าเกิดจากการใช้ท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคมาปลูก (โรคติดมากับท่อนพันธุ์) ที่สำคัญโรคนี้ไม่มียาหรือสารเคมีชนิดใดที่จะป้องกันและรักษาได้

 

4. การแพร่กระจายและการทำลาย

     การแพร่ระบาดโรคนี้สามารถระบาดได้โดยท่อนพันธุ์ และแมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci (Gennadius) (Hemiptera: Aleyrodidae) ซึ่งมีพืชอาศัยหลายชนิด เช่น กะเพรา โหระพา ผักชีฝรั่ง  พืชตระกูลพริก มะเขือ มันฝรั่ง และพืชตระกูลแตง ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลของพืชอาศัยได้ของเชื้อไวรัส  SLCMV กับพืชต่าง ๆ ดังกล่าว แต่มีรายงานเกี่ยวกับพืชอาศัยอื่น ๆ ของเชื้อไวรัสชนิดนี้ว่าสามารถอาศัยและเพิ่มปริมาณได้ใน

 

 

 

 

 

พืช เช่น ชุมเห็ดเล็ก กระถิน ถั่วเหลือง พืชน้ำมัน ละหุ่ง สบู่ดำ โดยสร้างความเสียหายทำให้ผลผลิตกับมันสำปะหลังลดลงได้มากถึง ๘๐ – ๑๐๐ %

 

4. ศัตรูธรรมชาติ

เนื่องจากโรคใบด่างมันสำปะหลังมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ แมลงศัตรูธรรชาติที่สำคัญ ได้แก่ ด้วงเต่าตัวห้ำ แมลงช้างปีกใส แมงมุม เป็นต้น

 

5. การป้องกันกำจัด

     สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในจังหวัดขอนแก่นแต่อย่างใดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่นได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังไม่ให้มีการระบาดดังนี้

1. สร้างการรับรู้โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกร หน่วยงานภาคีได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ผ่านการประชุมทุกระดับ ผ่านผู้นำชุมชน อาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้าน (อกม.) สื่อสิ่งพิมพ์ และหอกระจายข่าว

2. สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกร หน่วยงานภาคีออกสำรวจแปลงเพาะปลูกมันสำปะหลังอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง

3.  หากมันสำปะหลังมีอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่แสดงอาการเหลืองรุนแรง  ลำต้นคระแกรน ไม่เจริญเติบโต ให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดทันที เพื่อสำรวจและจัดเก็บตัวอย่างส่วนที่แสดงอาการให้กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน

4. เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกของตนเองเป็นประจำ หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ  สำนักงานเกษตรจังวัดขอนแก่น หรือโทร. 043247209

 

 

นายประยูรภัทร์  ศรีศักดิ์นอก     

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

 

แหล่งที่มา : 1) กรมวิชาการเกษตร : คู่มือการสำรวจและเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร

                 2) กรมส่งเสริมการเกษตร : หนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ กษ 1010/ว 1509 ลงวันที่ 26          กันยายน 2561 เรื่องเตือนเฝ้าระวังการระบาดโรคด่างมันสำปะหลัง

              3) กระทรวงมหาดไทย : หนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ มท 0211.1/ว 4981 ลงวันที่ 3 กันยายน                2561 เรื่อง ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การเฝ้าระวังและป้องกันโรคใบด่างมันสำปะหลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวเตือนภัยศัตรูพืช

ระหว่าง วันที่พุธที่ 31 ตุลาคม 2561 – 7 พฤศจิกายน 2561

สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4324 7209

.......................................

 

1. สถานการณ์การระบาดศัตรูพืช

ด้วยกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น ได้รับการประสานจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานจังหวัดขอนแก่น ให้ทำการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการระบาดขอโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava mosaic disease) ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้โรคใบด่างมันสำปะหลังได้ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สาธารรัฐสังคมนิยมเวียดนามและราชอาณาจักรกัมพูชา สร้างความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังมากกว่าร้อยละ 80 และพื้นที่ระบาดดังกล่าวมีระยะห่าง จากประเทศไทยน้อยกว่า 40 กิโลเมตร จึงมีความเสี่ยงสูงที่การระบาดขยายสู่ประเทศไทยโดยผ่านท่อนพันธุ์ที่อาจจะปะปนเข้ามากับผลผลิตที่นำเข้าหรือแมลงพาหะ ได้แก่ แมลงหวี่ขาวยาสูบ

เพื่อเป็นการเฝ้าระวังการระบาดของโรค จังหวัดขอนแก่นได้บูรณาการการสำรวจพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังการระบาดอย่างเข้มข้น ต่อเนื่องและทั่วถึง ประกอบด้วยหน่วยงานหลักกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรที่สังกัดในพื้นที่ และได้ประสานหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยในการประชาสัมพันธ์พร้อมอำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวัง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังแต่อย่างใด เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดเข้ามาในเขตจังหวัดขอนแก่นได้ จึงมีความจำเป็นต้องมีการควบคุมตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

 

2. เชื้อสาเหตุและแมลงพาหะ

          โรคใบด่างมันสำปะหลังเกิดจากเชื้อไวรัส วงศ์ (Family) Geminiviridae สกุล (Genus) Begomovirus มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบแอฟริกา ในปี พ.ศ. 2559 พบการระบาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศกัมพูชาเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2556 พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในคาบสมุทรอินเดีย 2 สายพันธุ์ คือ Indian cassava mosaic virus และ Sri Lankan mosaic virus (SLCMV) โดยมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะในการแพร่ระบาดของของเชื้อโรค

 

3. ลักษณะอาการ

          มันสำปะหลังที่เป็นโรคจะมีอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่จะแสดงอาการเหลืองรุนแรง  ลำต้นคระแกรน ไม่เจริญเติบโต หรือมีการเจริญเติบโตน้อย ทำให้ไม่สร้างหัวมันสำปะหลัง ข้อสังเกตหากพบอาการใบด่างเหลือง หดลดรูป เกิดบริเวณใบยอดแสดงว่าเกิดการระบาดเกิดจากแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรค แต่ถ้าพบอาการผิดปกติทั้งต้นตั้งแต่ยอดอ่อนลงมาถึงใบแก่แสดงว่าเกิดจากการใช้ท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคมาปลูก (โรคติดมากับท่อนพันธุ์) ที่สำคัญโรคนี้ไม่มียาหรือสารเคมีชนิดใดที่จะป้องกันและรักษาได้

 

4. การแพร่กระจายและการทำลาย

     การแพร่ระบาดโรคนี้สามารถระบาดได้โดยท่อนพันธุ์ และแมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci (Gennadius) (Hemiptera: Aleyrodidae) ซึ่งมีพืชอาศัยหลายชนิด เช่น กะเพรา โหระพา ผักชีฝรั่ง  พืชตระกูลพริก มะเขือ มันฝรั่ง และพืชตระกูลแตง ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลของพืชอาศัยได้ของเชื้อไวรัส  SLCMV กับพืชต่าง ๆ ดังกล่าว แต่มีรายงานเกี่ยวกับพืชอาศัยอื่น ๆ ของเชื้อไวรัสชนิดนี้ว่าสามารถอาศัยและเพิ่มปริมาณได้ใน

 

 

 

 

 

พืช เช่น ชุมเห็ดเล็ก กระถิน ถั่วเหลือง พืชน้ำมัน ละหุ่ง สบู่ดำ โดยสร้างความเสียหายทำให้ผลผลิตกับมันสำปะหลังลดลงได้มากถึง ๘๐ – ๑๐๐ %

 

4. ศัตรูธรรมชาติ

เนื่องจากโรคใบด่างมันสำปะหลังมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะ แมลงศัตรูธรรชาติที่สำคัญ ได้แก่ ด้วงเต่าตัวห้ำ แมลงช้างปีกใส แมงมุม เป็นต้น

 

5. การป้องกันกำจัด

     สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในจังหวัดขอนแก่นแต่อย่างใดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่นได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังไม่ให้มีการระบาดดังนี้

1. สร้างการรับรู้โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกร หน่วยงานภาคีได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ผ่านการประชุมทุกระดับ ผ่านผู้นำชุมชน อาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้าน (อกม.) สื่อสิ่งพิมพ์ และหอกระจายข่าว

2. สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกร หน่วยงานภาคีออกสำรวจแปลงเพาะปลูกมันสำปะหลังอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง

3.  หากมันสำปะหลังมีอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่แสดงอาการเหลืองรุนแรง  ลำต้นคระแกรน ไม่เจริญเติบโต ให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดทันที เพื่อสำรวจและจัดเก็บตัวอย่างส่วนที่แสดงอาการให้กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน

4. เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกของตนเองเป็นประจำ หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ  สำนักงานเกษตรจังวัดขอนแก่น หรือโทร. 043247209

 

 

นายประยูรภัทร์  ศรีศักดิ์นอก     

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

 

แหล่งที่มา : 1) กรมวิชาการเกษตร : คู่มือการสำรวจและเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร

                 2) กรมส่งเสริมการเกษตร : หนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ กษ 1010/ว 1509 ลงวันที่ 26          กันยายน 2561 เรื่องเตือนเฝ้าระวังการระบาดโรคด่างมันสำปะหลัง

              3) กระทรวงมหาดไทย : หนังสือสั่งการ ด่วนที่สุด ที่ มท 0211.1/ว 4981 ลงวันที่ 3 กันยายน                2561 เรื่อง ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การเฝ้าระวังและป้องกันโรคใบด่างมันสำปะหลัง

 

ข่าวสารและกิจกรรม

ภาระกิจสำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 มีดังนี้ 1. นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ ร

ภาระกิจสำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 มีดังนี้ 1. นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ...

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง เข้าร่วมประชุมกำนัน/ผู

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง เข้าร่วมประชุมกำนัน/...

วันที่ 30 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง และเจ้าหน้าที่อำเภอซำสูง ร่ว

วันที่ 30 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง และเจ้าหน้าที่อำเภอซำสูง ร่ว...

วันที่ 26 ตุลาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายทวิช พิมพะ นายอำเภอซำสูง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ นายสวาท

วันที่ 26 ตุลาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายทวิช พิมพะ นายอำเภอซำสูง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ นายสว...

วันที่ 25 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน

วันที่ 25 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รก.เกษตรอำเภอซำสูง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน...

วันที่ 23 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอซำสูง พร้อมด้วยเจ้าห

วันที่ 23 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอซำสูง พร้อมด้วยเจ้าห...

ภาระกิจสำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง วันที่ 22 ตุลาคม 2561 มีดังนี้

ภาระกิจสำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง วันที่ 22 ตุลาคม 2561 มีดังนี้...

วันที่ 16 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอซำสูง และเจ้าหน้าที

วันที่ 16 ตุลาคม 2561 นายสุจินต์ สุภาเส นวส.ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอซำสูง และเจ้าหน้าที...

more...

สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมืองขอนแก่น

----- ยังไม่มีข้อมูล -----

more...